<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี พอช.’ พลิกโฉมชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากรจากชุมชนแออัดสู่บ้านสวยริมคลองราคาหลักแสน-วิวหลักล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนริมคลองลาดพร้าวก่อนการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษมก่อสร้างเสร็จแล้วทั้งชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนชุมชนที่พวกเราอยู่มีสภาพเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; ปลูกบ้านกันแบบตามมีตามเกิด&amp;nbsp; ทางเดินก็แคบ ส่วนใหญ่จะหันหลังบ้านลงคลอง&amp;nbsp; ส้วมก็ลงคลอง&amp;nbsp; บางหลังปลูกมานานไม้ก็ผุ&amp;nbsp; เสาก็ทรุด บ้านเกือบจะจมลงคลอง&amp;nbsp; เมื่อก่อนเด็กนักเรียนในชุมชนไม่กล้าชวนเพื่อนที่โรงเรียนมาเล่นที่บ้าน เพราะอายเพื่อน... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอจะทำโครงการบ้านริมคลอง&amp;nbsp; เราก็ช่วยกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; เอาหน้าบ้านลงคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีทางเดินเลียบคลอง&amp;nbsp; ช่วยกันดูแลคลองให้สะอาด&amp;nbsp; ทำเป็นตลาดน้ำหรือแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็สามารถค้าขายได้&amp;nbsp; ตอนนี้พอสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนก็ดูสะอาด&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; เด็ก ๆ ก็ไม่อายเพื่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประภัสสร&amp;nbsp; ชูทอง &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนหลัง ว.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม)&amp;nbsp; คือตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; จากเดิมเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; บ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุริมคลอง&amp;nbsp; ซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลอยู่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวบ้านบางส่วนที่มาอยู่ทีหลัง&amp;nbsp; หรือมีครอบครัวขยาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อที่ดินบนฝั่งคลองไม่มีที่ว่าง&amp;nbsp; จึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงในคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองแคบลง&amp;nbsp; น้ำในคลองไหลไม่สะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางช่วงคลองลาดพร้าวมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร&amp;nbsp; จากความกว้างปกติประมาณ 25-38 เมตร&amp;nbsp; ประกอบกับมีขยะ&amp;nbsp; ตะกอนดินทับถมอยู่ในคลอง&amp;nbsp; ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คลอง-เขื่อน-คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีคลอง&amp;nbsp; คู ลำกระโดง&amp;nbsp; รวมกัน&amp;nbsp; 1,980&amp;nbsp; สาย&amp;nbsp; ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp; 2,700 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 &amp;nbsp;สาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500&amp;nbsp; หลัง !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp; น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง&amp;nbsp; แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง&amp;nbsp; มีขยะและดินโคลนทับถมอยู่ในคลอง&amp;nbsp; โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กว่าจะดำเนินการได้ก็ล่วงเข้าไปในสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยรัฐบาล คสช. มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คลองลาดพร้าว (ช่วงบางบัว-&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน)&amp;nbsp; ก่อนการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว : มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 &amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ผ่านวัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดบางบัว&amp;nbsp; ตลาดสะพานใหม่&amp;nbsp; จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ตลอดคลองลาดพร้าวสองฝั่งมีชุมชนตั้งอยู่เรียงราย&amp;nbsp; บางชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าว : มีความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45 กิโลเมตร โดยกรุงเทพมหานครว่าจ้างบริษัทเอกชนก่อสร้าง&amp;nbsp; วงเงินก่อสร้างจำนวน&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; จากริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีต&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อตอกเสาเข็มและพนังกั้นตลิ่งทั้งสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; มีความกว้างสองฝั่งประมาณ 38 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดแนวสันเขื่อนจะมีรั้วเหล็กกันตก&amp;nbsp; และทางเดินเลียบคลองความกว้างประมาณ 3 เมตร&amp;nbsp; สามารถขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานเลียบคลองได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้จะมีการขุดลอกคลองให้ลึกประมาณ 3 &amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp; เพื่อให้น้ำในคลองไหลสะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองลาดพร้าวจะช่วยระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อนใต้คลองบางซื่อและอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อตอกเสาเข็มแล้ว&amp;nbsp; จะนำแผ่นคอนกรีตมาวางเรียงเป็นพนังกั้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนริมคลองลาดพร้าว :&amp;nbsp; สองฝั่งคลองลาดพร้าวในอดีตเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; คนที่มาอยู่อาศัยรุ่นแรกๆ ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี&amp;nbsp; มีทั้งคนเช่าที่ทำนา&amp;nbsp; รับจ้างทำนา&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; ใช้คลองเป็นเส้นทางสัญจร&amp;nbsp; เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น&amp;nbsp; ที่ดินแพงขึ้น&amp;nbsp; เจ้าของจึงขายที่นา&amp;nbsp; ทุ่งนาริมคลองจึงกลายเป็นที่ดินจัดสรร&amp;nbsp; หมู่บ้านจัดสรร&amp;nbsp; ตึกแถว&amp;nbsp; ตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ย่านลาดพร้าว&amp;nbsp; โชคชัย 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; วังหิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ภายหลังจึงมีคนจากต่างถิ่น&amp;nbsp; ต่างจังหวัดเข้ามาอยู่อาศัยเพื่อทำมาหากินในเมืองกรุง&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองจึงหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินริมคลองซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนก่อนการปรับปรุงส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมและแออัด&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนตามความยาวของแนวคลอง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; เป็นแรงงาน &amp;nbsp;แม่บ้าน &amp;nbsp;รปภ. &amp;nbsp;พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; ข้าราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ &amp;nbsp;น้อยๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;บ้านใหม่&amp;nbsp; ชีวิตใหม่ริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนมีนาคม 2559&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณจำนวน 4,061 ล้านบาท&amp;nbsp;ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช.&amp;nbsp; นำไปพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เป็นคลองแรก โดยมีเป้าหมายใน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านชุมชนแรกที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; (ตรงข้ามตลาดสะพานใหม่)&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 64&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยคอนกรีต &amp;nbsp;ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างตั้งแต่ 187,000-367,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญก่อนการปรับปรุงปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อวยชัย&amp;nbsp; สุขประเสริฐ &amp;nbsp;ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนการก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จะมาสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านได้บุกรุกที่ดินริมคลองปลูกสร้างบ้านกันมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จึงกลัวว่าจะถูกไล่ที่มากกว่า&amp;nbsp; แต่ใจจริงทุกคนก็อยากจะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; และอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;เพราะสภาพบ้านส่วนใหญ่ผุพังทรุดโทรม&amp;nbsp; ลูกหลานจะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวโดนไล่&amp;nbsp; เมื่อเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จึงร่วมกันออมทรัพย์เป็นทุน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 500 -600&amp;nbsp; บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันลงเสาเอกสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกฯ มาเป็นประธาน&amp;nbsp; คนที่ยังไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นจริงก็ต้องเชื่อ&amp;nbsp; ชุมชนที่อยู่ใกล้ๆ ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; ยังไม่เชื่อ&amp;nbsp; เมื่อเห็นชุมชนของเราสร้างบ้านเสร็จ&amp;nbsp; มีบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนใหม่สวยงาม&amp;nbsp; ก็เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; ตอนนี้ชุมชนริมคลองในเขตสายไหมสร้างเสร็จเกือบทุกชุมชนแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ&amp;nbsp; แต่เดิมบ้านเรือนส่วนใหญ่จะทรุดโทรมเพราะสร้างกันมานาน&amp;nbsp; สะพานไม้ก็ผุพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะก็ทิ้งลงในคลอง&amp;nbsp; น้ำก็เน่าเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเริ่มสร้างบ้านใหม่เป็นชุมชนนำร่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ก็เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยสร้างสนามเด็กเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่องออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีถังบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงคลอง&amp;nbsp; มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันปลูกต้นไม้ริมคลอง &amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;ชุมชนก็ดูสวยงาม&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนแต่ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพชาวบ้าน&amp;nbsp;โดยจัดอบรมฝึกอาชีพทำอาหาร&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;ทำสบู่&amp;nbsp;ยาหม่องสมุนไพร&amp;nbsp;สิ่งประดิษฐ์&amp;nbsp; ของชำร่วย&amp;nbsp;ฯลฯจัดตลาดนัดชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญหลังสร้างเสร็จปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้หลักการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้ผู้เดือดร้อนรวมกลุ่มแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp;ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช.&amp;nbsp; ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน &amp;nbsp;กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว&amp;nbsp; ครั้งละ 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนจาก &amp;ldquo;ผู้บุกรุก&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และจะทำให้สภาพแวดล้อมและคุณภาพของชีวิตชาวชุมชนดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาท/ตารางวา/เดือน &amp;nbsp;โดยทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; ขนาดบ้านประมาณ 4x6 - 4x8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&amp;nbsp; (ประมาณ 1-3 พันบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุน 1.สินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค-เงิน&amp;nbsp;อุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ  ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองนี้ ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน แต่เป็นการใช้หลักการของ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ที่ พอช.ทำมาตั้งแต่ปี 2546 นั่นคือ ให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อน รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชนและชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา  โดยมี พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน มีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะทำงาน มีกระบวนการทำงาน 11 ขั้นตอน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:-8.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;11 ขั้นตอนสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.สร้างความเข้าใจโครงการ โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน มีคณะกรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมธนารักษ์ สำนักการระบายน้ำ ฯลฯ ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล รับรองข้อมูล พิจารณาสิทธิ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน ผู้อยู่อาศัย ขนาดพื้นที่ของชุมชน และความต้องการที่อยู่อาศัย เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิ์และรับรองสิทธิ์ เพื่อให้ชาวชุมชนช่วยกันยืนยันว่า เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน บางชุมชนอาจมากกว่า แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน หากมีเงินออมมาก ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ชาวชุมชนริมคลองย่านดอนเมืองร่วมประชุมเพื่อเตรียมทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล และบริหารโครงการ เช่น ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ เสนอขอใช้สินเชื่อและงบสนับสนุนจาก พอช. &amp;nbsp;บริหารการก่อสร้างบ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.จัดการเรื่องที่ดิน โดยการแบ่งปันและเสียสละ คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่ จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้ โดยเฉลี่ยแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน (ประมาณ 4X6 ตารางเมตรหรือมากกว่าตามขนาดของชุมชน) และ 1&amp;nbsp;ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์ หรือตามข้อตกลงของชุมชน เช่น ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ร่วมกันออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจชุมชนและครัวเรือนมาออกแบบผังชุมชนและออกแบบบ้าน โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 7.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการและสินเชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.วางแผน ขออนุญาตก่อสร้าง และรื้อย้าย ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. สถาปนิกและวิศวกร วางแผนการก่อสร้าง แผนการรื้อย้าย และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.ทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10.กระบวนการก่อสร้างบ้าน เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมา มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน เช่น จัดทำบัญชี ตรวจสอบการเงิน และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 11.พัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เรื่องอาชีพ มีการวางแผนการจัดตลาดนัด ตลาดน้ำชุมชน เรือโดยสารในคลอง ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ &amp;nbsp;พัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว การคัดแยกขยะ การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บ้านสวยริมคลองราคาหลักแสน-วิวหลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวก่อสร้างแล้วใน 35 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวนบ้านที่ก่อสร้างเสร็จ 3,065&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (มีผู้เข้าอยู่อาศัยหมดแล้ว)&amp;nbsp; กำลังก่อสร้าง 194 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่พร้อมก่อสร้าง&amp;nbsp; 277 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือกำลังดำเนินการในระยะต่อไป&amp;nbsp; คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด 7,069 ครัวเรือนภายใน 3 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000 บาท เพื่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส เช่น ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ชุมชนริมคลองลาดพร้าว (ช่วงคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม) ตรงข้ามกองทัพอากาศดอนเมือง&amp;nbsp; ราคาไม่เกิน 400,000 บาท&amp;nbsp; มีบรรยากาศริมคลองสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้รัฐบาลยังมีโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร ซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกับคลองลาดพร้าว โดยการรื้อย้ายชุมชนที่รุกล้ำลำคลอง-ก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; อุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ปรับทัศนียภาพชุมชนริมคลอง-พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมรถ-ราง (ไฟฟ้า)&amp;nbsp; -เรือ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2562-2570&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำดำเนินการไปแล้วบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พอช. มีแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งหมด 38 ชุมชน รวม 6,386 ครัวเรือนในพื้นที่เขตจตุจักร หลักสี่ &amp;nbsp; ดอนเมือง และใน จ.ปทุมธานี ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด &amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดย พอช.จะสนับสนุนชุมชนเช่นเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการชุมชนแรกในเดือนมกราคม 2563&amp;nbsp; โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านหลักแรก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นประธานงานที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดขณะนี้&amp;nbsp; (ตุลาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; 4 ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp; 196 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 472 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่รื้อย้ายพร้อมก่อสร้างบ้าน 95 ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จทั้ง&amp;nbsp; 6,386 ครัวเรือนภายใน 3 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้บ้านที่ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว &amp;nbsp;มีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 290,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านใหม่ริมคลองเปรมประชากรย่านจตุจักร&amp;nbsp; สวยงามร่มรื่น&amp;nbsp; ราคาไม่กี่แสน&amp;nbsp; แต่วิวหลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาคลองสนองพระราชดำริ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;เร่งพัฒนา &amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์ &amp;nbsp;พลิกฟื้นชีวิตของประชาชนริมคลอ ง &amp;nbsp;รวมทั้งน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง &amp;nbsp;ที่ทรงให้ความสำคัญกับน้ำและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองลาดพร้าว &amp;nbsp;มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง  จำนวน 50 ชุมชน รวม 7,069 ครัวเรือน &amp;nbsp;ได้ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าวความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร  และดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; ริมคลองลาดพร้าว  เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp; ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คลองเปรมประชากร &amp;nbsp;รัฐบาลได้ริเริ่มแผนพัฒนาคลองเปรมประชากรความยาวกว่า 50 กิโลเมตรทั้งระบบ &amp;nbsp;ในระยะเวลา 9 ปี คือ&amp;nbsp; พ.ศ.2562-2570&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;ระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ปี 2562 &amp;ndash; 2565 จำนวน 4 โครงการ &amp;nbsp;วงเงิน 4,448 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ &amp;nbsp;ป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp;และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรตั้งแต่กรุงเทพฯถึงพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง &amp;nbsp;เช่น สร้างพื้นที่สีเขียว &amp;nbsp;ตลาดนัดริมคลอง &amp;nbsp;พัฒนาเส้นทางจักรยานเลียบคลอง &amp;nbsp;เชื่อมเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถไฟและรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119323</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี พอช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, คลองลาดพร้าว, คลองเปรมประชากร, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม, ชุมชนแออัด, ธนัช  นฤพรพงศ์, นายธนกร วังบุญคงชนะ, บ้านมั่นคง, พอช., มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สสส., อวยชัย  สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162bc61c8b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร ฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สภาพชุมชนริมคลองลาดพร้าวจากเดิมเป็นชุมชนเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นชุมชนใหม่ที่ดูสวยงาม&amp;nbsp; มีทางเดินและจักรยานเลียบคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีคลอง&amp;nbsp; คู ลำกระโดง&amp;nbsp; รวมกัน&amp;nbsp; 1,980&amp;nbsp; สาย&amp;nbsp; ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp; 2,700 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 &amp;nbsp;สาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500&amp;nbsp; หลัง !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp; น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง&amp;nbsp; แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง&amp;nbsp; โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กว่าจะดำเนินการได้ก็ล่วงเข้าไปในสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยรัฐบาล คสช. ได้จัดตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธาน &amp;nbsp;มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไหลผ่านวัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดบางบัว&amp;nbsp; ตลาดสะพานใหม่&amp;nbsp; จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ตลอดคลองลาดพร้าวสองฝั่งมีชุมชนตั้งอยู่เรียงราย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; บางชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 60-70 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำเนียง&amp;nbsp; บุญลือ&amp;nbsp; วัย 65&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนพิบูลร่วมใจ 2&amp;nbsp; ริมคลองลาดพร้าว (หลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์&amp;nbsp; ถนนลาดพร้าว)&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนแถวห้วยขวางและลาดพร้าวเป็นทุ่งนาทั้งหมด&amp;nbsp; ครอบครัวของตนก็ทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; เมื่อก่อนริมคลองใกล้วัดลาดพร้าวยังมีโรงสีข้าว-รับซื้อข้าว&amp;nbsp; 2 &amp;nbsp;โรง&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น&amp;nbsp; ราวปี 2520&amp;nbsp; แถวลาดพร้าว-ห้วยขวางเริ่มมีอาคารพาณิชย์&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของที่นาจึงขายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่เคยทำนาก็ต้องเลิก&amp;nbsp; ลูกหลานเปลี่ยนไปทำงานรับจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงสีก็หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชุมชนที่ผมอยู่&amp;nbsp; คนดั้งเดิมก็จะเป็นชาวนานี่แหละ&amp;nbsp; มาอาศัยปลูกบ้านอยู่ริมคลอง เพราะตอนนั้นยังเป็นที่รกร้าง&amp;nbsp; ราชการยังไม่เข้ามาดูแล&amp;nbsp; น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักปลาก็หากินในคลอง&amp;nbsp; ไม่อดอยาก&amp;nbsp; ตอนหลังราวปี 2526 &amp;nbsp;บ้านเรือนในชุมชนเริ่มหนาแน่น&amp;nbsp; เพราะคนที่อยู่ก่อนก็ไปชักชวนญาติพี่น้องจากต่างจังหวัดมาอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาทำงานหากินในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่าในชุมชน&amp;nbsp; เพราะมีโรงงาน&amp;nbsp; มีคนงานมาอยู่&amp;nbsp; บ้านเรือนจึงหนาแน่นขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงสำเนียงบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 เป็นตัวอย่างการขยายตัวของชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเสมือนแม่เหล็กยักษ์ที่ดึงดูดความหวังของผู้คนทั่วสารทิศให้มารวมกันอยู่ที่นี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางชุมชนย่านดอนเมืองเคยเป็นที่พักของแรงงานก่อสร้างสนามบินมาก่อน&amp;nbsp; เมื่อหมดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรงงานส่วนหนึ่งจึงปลูกสร้างบ้านอยู่ริมคลองใกล้แคมป์งานเดิม &amp;nbsp;จนภายหลังจึงกลายเป็นชุมชนหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนลาดพร้าวช่วงใกล้ ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; ก่อนการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นที่ดินริมคลองหรือที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนก่อนการปรับปรุงส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมและแออัด&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; แรงงาน&amp;nbsp; พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าว ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครว่าจ้างบริษัทเอกชน&amp;nbsp; วงเงินก่อสร้างจำนวน&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; จากริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ในเดือนมีนาคม 2559&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 4,061 ล้านบาท &amp;nbsp; ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช.&amp;nbsp; นำไปดำเนินการใน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างบ้านชุมชนแรกที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; (ตรงข้ามตลาดสะพานใหม่) เขตสายไหม&amp;nbsp; ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน จำนวน&amp;nbsp; 64&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยคอนกรีต ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างตั้งแต่ 187,000 - 367,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญปี 2559&amp;nbsp; ก่อนการรื้อย้ายสร้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อวยชัย&amp;nbsp; สุขประเสริฐ &amp;nbsp;ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนการก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จะเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านได้บุกรุกที่ดินริมคลองปลูกสร้างบ้านกันมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จึงกลัวว่าจะถูกไล่ที่มากกว่า&amp;nbsp; แต่ใจจริงทุกคนก็อยากจะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; และอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง เพราะจะได้เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ระยะยาว&amp;nbsp; เมื่อเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จึงร่วมกันออมทรัพย์เป็นทุน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 500 -600&amp;nbsp; บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้ชุมชนของเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ&amp;nbsp; แต่เดิมบ้านส่วนใหญ่จะทรุดโทรมเพราะสร้างกันมานาน&amp;nbsp; สะพานไม้ก็ผุพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่น&amp;nbsp; ขยะก็ทิ้งลงในคลอง&amp;nbsp; น้ำก็เน่าเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเริ่มสร้างบ้านใหม่เป็นชุมชนนำร่อง&amp;nbsp; เราก็ต้องรื้อบ้านที่ปลูกล้ำในคลองออกมา&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ก็เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยสร้างสนามเด็กเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่องออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีถังบำบัดน้ำเสียรวม&amp;nbsp; มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้ริมคลอง&amp;nbsp; ชุมชนของเราก็ดูสวยงาม&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนแต่ก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; อวยชัยบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญหลังการสร้างเสร็จในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว&amp;nbsp; แกนนำในชุมชนต่างๆ ยังรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลิ่นอุบล &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนซอยลาดพร้าว 45&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนในคลองลาดพร้าวชาวบ้านยังใช้เรือพายไปมาหาสู่กัน&amp;nbsp; เวลามีงานบุญก็จะพายเรือไปวัดลาดพร้าว&amp;nbsp; ตอนหลังถนนหนทางสะดวกขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงเลิกใช้เรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนยังมีเรือหางยาววิ่งรับส่งผู้โดยสารจากตลาดสะพานใหม่ไปพระโขนง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร แถมยังโดนชาวบ้านร้องเรียนเพราะเรือวิ่งเร็วและเสียงดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกคลื่นไปกระแทกเสาเรือนชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือโดยสารจึงต้องเลิกวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกผมเริ่มฟื้นฟูคลองลาดพร้าวขึ้นมาก่อนที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยร่วมกันล่องเรือไปทอดกฐินและทำบุญที่วัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงานลอยกระทง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกแฝกเพื่อกรองน้ำเสียในคลอง&amp;nbsp; และมีแผนล่องเรือท่องเที่ยวในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งเดินเรือโดยสารในคลองด้วย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในถนนลาดพร้าวเชื่อมต่อกับรัชดาภิเษก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถติดมานานหลายปี&amp;nbsp; หากเดินเรือจาก วัดลาดพร้าวเข้าไปในคลองบางซื่อก็จะไปเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้ารัชดาฯ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไปทางรถไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง&amp;rdquo;&amp;nbsp; จำรัสบอก&amp;nbsp; และว่า ที่ผ่านมาชุมชนได้รับบริจาคเรือโดยสารขนาดเล็กจากภาคเอกชนพร้อมใช้งาน&amp;nbsp; 2 ลำ&amp;nbsp; แต่ต้องรอให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าวเสร็จก่อนจึงจะเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านมั่นคงของคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2546 หลักการสำคัญคือ &amp;nbsp;ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เป็นการ พัฒนาแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชน&amp;nbsp;หรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา เช่น รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ ช่วยกันออกแบบบ้าน วางผังชุมชน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน และร่วมกันบริหารโครงการ ฯลฯ โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช.&amp;nbsp;ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว&amp;nbsp; ครั้งละ 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนริมคลองบางซื่อ (ติดถนนรัชดาภิเษก) เชื่อมต่อกับคลองลาดพร้าวร่วมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและเขื่อนเพื่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้  (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp;อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาท/ตารางวา/เดือน โดยทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; ขนาดบ้านประมาณ 4x6 - 4x8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&amp;nbsp; (ประมาณเดือนละ 1-3 พันบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุน 1.สินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) &amp;nbsp;ระยะเวลาผ่อน&amp;nbsp;20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค-เงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ  ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ เช่น สืบราคา จัดซื้อวัสดุ ตรวจสอบ จัดทำบัญชี ฯลฯ เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและการบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ชุมชนใหม่-ชีวิตใหม่&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง มีพื้นที่ว่างตามแนวสันเขื่อนกว้าง 3 เมตรใช้เป็นทางเดิน&amp;nbsp; ขี่จักรยานเลียบคลองและสันทนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000 บาท เพื่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส เช่น ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม, ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฏาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าวแล้ว 35 ชุมชน รวม 3,536 ครัวเรือน (ร้อยละ 50.02 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3,065 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 132 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. พื้นที่รื้อย้ายแล้วพร้อมก่อสร้างบ้าน 339 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลิกโฉมคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อร่นระยะเวลาในการล่องเรือจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน (จ.พระนครศรีอยุธยา) &amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อขยายพื้นที่ทำนาสองฝั่งคลองออกไป มีความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร แต่ปัจจุบันสภาพลำคลองตื้นเขิน น้ำเน่าเสีย มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก ทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ การระบายน้ำในคลองเปรมฯ จากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพคลองเปรมประชากรปี 2560 &amp;nbsp;ก่อนการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; อุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ปรับทัศนียภาพชุมชนริมคลอง-พัฒนาชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมรถ-ราง (ไฟฟ้า)&amp;nbsp; -เรือ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2562-2570&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำดำเนินการไปแล้วบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พอช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งหมด 38 &amp;nbsp;ชุมชน รวม 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;ในเขตจตุจักร หลักสี่ &amp;nbsp;ดอนเมือง และใน จ.ปทุมธานี ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัย&amp;nbsp; ในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดย พอช.จะสนับสนุนชุมชนเช่นเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; เป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; เมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 &amp;nbsp;โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านจำนวน 193 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; นายกฯ ประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านชุมชนแรกในคลองเปรมฯ เมื่อ 13 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนงบประมาณครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค อุดหนุนการสร้างบ้าน  และงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท  ผ่อนชำระ 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 290,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างบ้าน193&amp;nbsp; หลังแล้วเสร็จและชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่ริมคลองเปรม ฯ ของชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางปัทมา อาทรมนัสชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 บอกว่า&amp;nbsp; รู้สึกดีใจมากเพราะพวกเราอยู่กันที่นี่มา 40-50 ปีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีใครอยากย้ายไปที่ไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้เหมือนเป็นชีวิตและเป็นครอบครัวของเรา &amp;nbsp;การเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงทำให้บ้านของเราถูกกฎหมาย&amp;nbsp; อยู่ได้โดยไม่หวาดระแวง และหวังว่าเรื่องยาเสพติดจะน้อยลง เพราะเมื่อพื้นที่พัฒนาขึ้น&amp;nbsp; สังคมก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอได้บ้านใหม่ตรงนี้&amp;nbsp; สิ่งที่เรารู้สึกได้คือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จากแต่ก่อนที่เคยอยู่กันแบบไม่มีระเบียบ&amp;nbsp; ใครอยากทำอะไรก็ทำ&amp;nbsp; เพราะเป็นสังคมแออัด&amp;nbsp; ไม่ค่อยมีความเกรงใจกัน&amp;nbsp; แต่พอเริ่มสร้างบ้านขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; เราได้มีการวางกฎระเบียบเพื่อรักษาสังคมของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; ต่อไปสิ่งที่เราอยากจะพัฒนาก็คือ การสร้างอาชีพให้ชุมชนว่าตรงนี้เปรียบเสมือนหัวใจของชุมชน มีลานกีฬา&amp;nbsp; มีตลาด&amp;nbsp; เราอยากจะจัดทำตลาดชุมชน&amp;nbsp; เพื่อในอนาคตเมื่อมีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน &amp;nbsp;ชุมชนเราจะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้ที่มั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางปัทมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; 4 ชุมชน &amp;nbsp;(มีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน) รวม&amp;nbsp; 668 ครัวเรือน &amp;nbsp;(ร้อยละ 10.46 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 196 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 457 ครัวเรือน &amp;nbsp;และ 3.พื้นที่รื้อย้ายพร้อมก่อสร้างบ้าน 15 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แบบร่างอุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมฯ ก่อนจะผันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่พลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ มีคำสั่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่ยังติดขัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองเปรมฯ&amp;nbsp; และคลองแสนแสบ&amp;nbsp; โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การพัฒนาคลองทั้งระบบแล้วเสร็จตามแผนงานภายในปี 2570 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกไม่กี่ปีข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จะต้องพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp; ที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลองจะต้องดีขึ้นด้วย !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คนริมคลอง, คลองลาดพร้าว, คลองเปรมประชากร, จำรัส   กลิ่นอุบล, ชีวิตใหม่, ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2, ชุมชนริมคลอง, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ธนัช  นฤพรพงศ์, นางสมร  จันทร์ฉุน, บ้านมั่นคง, บ้านใหม่, พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักการระบายน้ำ, สำเนียง  บุญลือ, สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง, อวยชัย  สุขประเสริฐ, เขื่อนระบายน้ำ, โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14c55f338a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกโฉมคลองเปรมประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:108.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(สภาพบ้านเรือนริมคลองเปรมประชากรที่ทรุดโทรมและปลูกสร้างลงไปในคลอง)&amp;nbsp; &amp;nbsp; (ภาพกราฟฟิกสภาพชุมชนใหม่ริมคลองเปรมฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อร่นระยะเวลาในการล่องเรือจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน&amp;nbsp; รวมทั้งเพื่อขยายพื้นที่ทำนาสองฝั่งคลองออกไป&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 50&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; กว้าง 12 เมตร&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันสภาพลำคลองตื้นเขิน&amp;nbsp; น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; การระบายน้ำในคลองเปรมฯ จากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีแผนฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบ&amp;nbsp; ใช้งบ 4,448&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; โดยให้ กทม.-กรมโยธาธิการ-กรมชลประทาน&amp;nbsp; สร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลอง&amp;nbsp; เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อรถ-ราง-เรือ &amp;nbsp;และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตรองรับประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลองเปรมฯ ตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 38 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 6,386 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ที่ยินยอมพร้อมใจรื้อบ้านออกจากแนวคลองเปรมประชากรเป็นชุมชนแรก &amp;nbsp;เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าตามแผนงานการฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลองสายแรกที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;รัชกาลที่ 5&amp;nbsp; มีพระราชดำริให้ขุดขึ้นในปี พ.ศ. 2413&amp;nbsp; เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร &amp;nbsp;ไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอบางปะอิน &amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ระยะทางประมาณ &amp;nbsp;50.8 กิโลเมตร&amp;nbsp; มีความกว้างประมาณ 12 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพระราชประสงค์เพื่อย่นระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ&amp;nbsp; กับกรุงเก่า (อยุธยา) เนื่องจากเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมเป็นทางน้ำอ้อมวกเวียนใช้เวลาเดินทางนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อขยายพื้นที่การทำนาริมสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเดิมพื้นที่แถบนี้เป็นป่ารกเต็มไปด้วยโขลงช้างป่า &amp;nbsp;ไม่มีใครไปบุกเบิกถากถาง&amp;nbsp; เพราะไม่มีคลองน้ำ&amp;nbsp; เมื่อขุดคลองขึ้นมาแล้ว&amp;nbsp; ประชาชนจะได้มีความสะดวกสบาย&amp;nbsp; ทั้งด้านการทำมาค้าขายและการสัญจรไปมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่พระองค์ทรงบันทึกเอาไว้ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;จะให้ราษฎรได้ความเย็นใจ&amp;nbsp; ราษฎรชายหญิง&amp;nbsp; ทั้งคฤหัฐ&amp;nbsp; บรรพชิต&amp;nbsp; ลูกค้าวานิชและต่างภาษา&amp;nbsp; ค้าขายขึ้นล่องคลองนี้โดยสะดวกทุกท่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงโปรดเกล้าฯ จ้างแรงงานคนจีนมาขุด&amp;nbsp; ใช้เวลาขุด 16 เดือน &amp;nbsp;ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 2,544 ชั่ง&amp;nbsp; 2 ตำลึง (ประมาณ 203,520 บาท) &amp;nbsp;และพระราชทานนามว่า &amp;ldquo;คลองสวัสดิ์เปรมประชากร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการขุดคลองครั้งนั้นได้มีการปักหมุดหมายริมคลองเปรมฯ จากคลองผดุงกรุงเกษมถึงพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; เพื่อบอกระยะทางทุกๆ 100&amp;nbsp; เส้น&amp;nbsp; หรือ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 13&amp;nbsp; หลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันหลักหมุดทั้งหมดได้หายไป&amp;nbsp; เหลือเพียงแต่ชื่อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลักสี่ &amp;nbsp;(กรุงเทพฯ) &amp;nbsp;และหลักหก (รังสิต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แผนฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&amp;nbsp; ใช้งบ 4,448&amp;nbsp; ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; สาเหตุหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองคับแคบ&amp;nbsp; ตื้นเขิน&amp;nbsp; ในปี 2555&amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทก (กบอ.) ได้เสนอแผนงานการแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; โดยจะมีการสร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลองในลำคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จำนวน 9 แห่ง&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารัฐบาล คสช.&amp;nbsp; โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อเป็นแห่งแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยกรุงเทพมหานครรับผิดชอบก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวฯ เพื่อป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp;ระยะทางทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่สร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลอง&amp;nbsp; จำนวน 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069 ครัวเรือน &amp;nbsp;(ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 35 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 3,308&amp;nbsp; ครัวเรือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรี (รัฐบาล คสช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 &amp;nbsp;เห็นชอบ &amp;lsquo;แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรทั้งระบบ&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตหลักสี่และจิตอาสาช่วยกันเก็บขยะในคลองเปรม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองที่รับน้ำมาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จากอยุธยา-ปทุมธานี-ลงมาถึงกรุงเทพฯ และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ปี 2562-2565&amp;nbsp; จำนวน 4 โครงการ&amp;nbsp; วงเงิน&amp;nbsp; 4,448 ล้านบาท&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;1.กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; จากถนนเทศบาลสงเคราะห์ &amp;ndash; สุดเขต กทม. &amp;nbsp;ระยะทางทั้งสองฝั่ง 27.2 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp; วงเงิน 3,443 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;2.กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรจากคลองบ้านใหม่ &amp;ndash; คลองรังสิตประยูรศักดิ์ &amp;nbsp;วงเงิน 980 ล้านบาท &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาและออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;3. กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ &amp;ndash; คลองเชียงรากน้อย &amp;nbsp;ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน 16 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;4. ขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;จากคลองเชียงรากน้อย &amp;ndash; สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน &amp;nbsp;ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร &amp;nbsp;วงเงิน 9 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครได้ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำช่วงแรก&amp;nbsp; จากคลองบ้านใหม่ถึงหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกรนด์คาแนล&amp;nbsp; เขตดอนเมือง&amp;nbsp; ระยะทางประมาณ 460 เมตรเสร็จแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 4.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพกราฟฟิกประตูระบายน้ำคลองเปรมฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากรลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร&amp;nbsp; มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร &amp;nbsp;สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที&amp;nbsp; จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2563-2567 &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ 9,800 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง &amp;nbsp;เขตหลักสี่ &amp;nbsp;เขตบางเขน &amp;nbsp;เขตจตุจักร &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 650 ตารางกิโลเมตร &amp;nbsp;เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่&amp;nbsp; รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ&amp;nbsp; นนทบุรีและปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้ส่วนรวม&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; 6,836 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 4.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพกราฟฟิกบ้านใหม่ของชาวชุมชนริมคลองเปรมประชากร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากแผนการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; การพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบยังรวมถึงการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมฯ และพื้นที่ริมคลองด้วย &amp;nbsp;โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ &amp;nbsp;มีความสอดคล้องกัน &amp;nbsp;คือการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp; การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ &amp;nbsp;ล้อ (รถยนต์) &amp;ndash; ราง (รถไฟ-รถไฟฟ้า) &amp;ndash; เรือ &amp;ndash; ทางจักรยาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ และวางผังเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีระบบการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; มีศูนย์เด็กเล็ก&amp;nbsp; ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ฝึกอาชีพ&amp;nbsp; ศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp; ลานกีฬา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน&amp;nbsp; 32 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; และดอนเมือง&amp;nbsp; และอีก&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากันทุกครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค&amp;nbsp; อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; 2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &amp;nbsp;ผ่อนชำระ 20 ปี &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชแจงรายละเอียดการสนับสนุนของ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนแรกที่มีการรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่จำนวนทั้งหมด 210 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะเริ่มสร้างบ้านเฟสแรกแรกจำนวน&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกประยุทธ์ประธานพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงริมคลองเปรมฯ หลังแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เป็นชุมชนแรกในคลองเปรมประชากรที่มีการพัฒนา&amp;nbsp; จากเดิมที่ชุมชนอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลก็ทำให้พี่น้องได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เป็นบ้านที่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยทุกคนภายในปี 2579&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากจะดำเนินการพัฒนาในคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวแล้ว&amp;nbsp; ต่อไปก็จะพัฒนาคลองสายอื่นในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 9 คลองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ&amp;nbsp; เป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ที่จะทำให้คูคลองมีความสะอาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ทุกฝ่าย&amp;nbsp; ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; ร่วมมือกันพัฒนา&amp;nbsp; เหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ทำให้บ้านน่าอยู่มีความสวยงาม&amp;nbsp; ซึ่งต่อไปชุมชนจะต้องทำเรื่องท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และให้ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสถานที่ให้เด็กได้พักผ่อน&amp;nbsp; มีที่ค้าขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้ทุกคนช่วยกันดูแลคลอง&amp;nbsp; เพื่ออนาคตของลูกหลานต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ&amp;nbsp; และมอบใบอนุญาตก่อสร้างบ้านจำนวน 210&amp;nbsp; หลังให้แก่ผู้แทนชุมชนประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 20 หลัง&amp;nbsp; จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะทยอยสร้างในเฟสต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็จะทยอยรื้อย้ายเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ภายในปีนี้&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปทุมธานีทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวและเขื่อนระบายน้ำที่สร้างเสร็จแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เป็นชุมชนแห่งแรกในคลองเปรมประชากรที่ชาวชุมชนร่วมใจกันรื้อบ้านออกจากแนวคลองเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ&amp;nbsp; และหน่วยงานในท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมด&amp;nbsp; 32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และ 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งหมดนี้&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; และทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp; อัตราค่าเช่าผ่อนปรน (ประมาณ 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรูปแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านแถวชั้นเดียว&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 290,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เปิดใจเจ้าของบ้านหลังแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ในฐานะประธานสหกรณ์เคหสถานประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านในชุมชนรู้สึกตื่นเต้นและปลื้มใจที่นายกฯ เห็นความสำคัญในการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; และมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ซึ่งหากสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชาวชุมชนก็จะร่วมกันฟื้นฟูคลอง&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; ชาวบ้านตักน้ำในคลองมาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มแกว่งให้ตกตะกอน&amp;nbsp; ในคลองก็ยังมีคนปลูกผักบุ้งขาย&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เน่าสนิท&amp;nbsp; จึงอยากช่วยกันฟื้นฟูคลองให้ดีเหมือนเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เราก็จะเว้นพื้นที่เพื่อให้มีสถานที่ออกกำลังกาย&amp;nbsp; มีสวนหย่อมเป็นที่พักผ่อน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพชาวชุมชนเพื่อให้มีรายได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านเฉยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ&amp;nbsp; รวมทั้งผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เราจะประสานกับหน่วยงานให้เข้ามาส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มณีรัตน์ ภู่บำรุง&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้าน&amp;nbsp; เล่าว่า &amp;nbsp;อาศัยอยู่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 มานานกว่า 30 ปี&amp;nbsp; อาชีพค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง &amp;nbsp;สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน &amp;nbsp;เมื่อก่อนคนยังอยู่ไม่เยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำในคลองจะใส&amp;nbsp; ไม่ดำเหมือนปัจจุบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เจ้าของบ้านหลังแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่ได้ไปดูตัวอย่างที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เห็นแล้วเราก็อยากได้บ้านแบบนั้นบ้าง&amp;nbsp; เพราะมันสวยและดูเป็นระเบียบ&amp;nbsp; ส่วนสภาพบ้านของเราก็เก่าและทรุดโทรมแล้ว&amp;nbsp; เพราะอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ &amp;nbsp;จึงพร้อมใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกไม่กี่เดือนก็จะได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4&amp;times;7 &amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่อนชำระให้สหกรณ์ฯ เดือนละ 2,820 บาท &amp;nbsp;ราคาบ้านทั้งหลังประมาณ 430,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นราคาบ้านที่ไม่แพงมาก&amp;nbsp; เรามีกำลังที่จะส่งไหว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีใจมากที่นายกฯ มาเป็นประธานลงเสาเอกให้&amp;nbsp; และรู้สึกดีใจที่ได้บ้านในโครงการนี้ &amp;nbsp;อยากขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือโครงการนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะแต่ก่อนที่เราอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มันไม่ใช่ที่ของเรา &amp;nbsp;ตอนนี้เราได้บ้านมั่นคงมาเป็นบ้านของเรา เป็นที่ของเราถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาไล่ที่เรา&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกบอกถึงความรู้สึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;9 ขั้นตอนสร้าง &amp;lsquo;บ้านมั่นคงริมคลอง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; มีหลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านหรือผู้ที่เดือดร้อนรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ส่วน พอช. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน พอช.สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ จำนวน 112,777 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวมทั้งคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ต่างก็มีกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเหมือนกัน&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการ 9 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1.สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;2.ทบทวนข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.ร่วมกับชุมชน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp; สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชน&amp;nbsp; จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อสร้างวินัยการออมและเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; สำหรับทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; และบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการที่มาจากชาวชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;4.รังวัด&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีเนื้อที่และจำนวนครัวเรือนไม่เท่ากัน&amp;nbsp; บ้านบางหลังมีเนื้อที่มาก&amp;nbsp; จึงต้องรังวัดและออกแบบให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยทุกครอบครัวจะได้สิทธิ์ในที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; และออกแบบผังชุมชนให้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; และที่สำคัญคือการเช่าที่ดินราชพัสดุอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;5.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; ชุมชนที่จัดทำกระบวนการตามข้อ 1-4 เสร็จแล้ว&amp;nbsp; จะต้องส่งโครงการเข้ามาเพื่อให้ พอช.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; 6.ขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; รื้อบ้าน&amp;nbsp; รื้อระบบประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมสร้างบ้านสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; 7.เบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;8.ก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภค&amp;nbsp; โดยสหกรณ์เคหสถานที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นมาจะบริหารจัดการก่อสร้าง&amp;nbsp; โดยการจ้างผู้รับเหมา&amp;nbsp; และมีคณะกรรมการตรวจสอบ&amp;nbsp; ตรวจรับงาน&amp;nbsp; 9.พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ&amp;nbsp; หลังจากสร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชน&amp;nbsp; แต่ละชุมชนจะมีแผนการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคงริมคลองนี้เมื่อแล้วเสร็จ&amp;nbsp; จะทำให้ชาวชุมชนที่เคยรุกล้ำคลอง&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านไม่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; เปลี่ยนมาเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; โดยการเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; และได้รับใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในทุกมิติ&amp;nbsp; รวมทั้งจะร่วมกันฟื้นฟูและดูแลคลองให้มีสภาพดีขึ้น&amp;nbsp; เป็นการคืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้ส่วนรวมอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภาฯ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับกองทุนฯ ให้เข้มแข็งมี กม.รองรับเป็นระบบสวัสดิการของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การจัดงาน &amp;lsquo;พลังสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020&amp;rsquo; เมื่อเร็วๆ นี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนเตรียมเสนอ &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับเป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนกิจการของกองทุนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่มีกองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตายรวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวัสดิการสังคมถือเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย&amp;nbsp; เพราะแต่ไหนแต่ไรมา&amp;nbsp; กลุ่มคนที่จะมีสวัสดิการช่วยเหลือในยามเจ็บไข้ได้ป่วย&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ช่วยเหลือบุตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่คือข้าราชการ&amp;nbsp; พนักงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนชาวไร่&amp;nbsp; ชาวนา&amp;nbsp; ชาวบ้านธรรมดาๆ ประชาชนที่ไร้สังกัดทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ล้วนแต่ไม่มีสวัสดิการใดๆ มารองรับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาจึงได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกันเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; กลุ่มฌาปนกิจ&amp;nbsp; กลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; โดยการสะสมเงินเข้ากองทุนร่วมกัน&amp;nbsp; แล้วนำเงินกองทุนมาบริหารจัดการ&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการอย่างเป็นทางการของภาคประชาชน&amp;nbsp; เริ่มขึ้นในช่วงปี 2548&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ รวมกลุ่มกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการในระดับตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; มีพื้นที่นำร่อง 99 ตำบล&amp;nbsp; โดยนำแนวคิดมาจาก &amp;lsquo;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;rsquo; (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ผู้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์บ้านน้ำขาว&amp;nbsp; อ.จะนะ&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; โดยนำผลกำไรจากการปล่อยเงินให้สมาชิกกู้ยืมมาจัดเป็นสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่ พอช.สนับสนุนนี้&amp;nbsp; จะเน้นให้ชาวบ้านออมเงินเข้ากองทุนวันละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ถือเป็นการ &amp;lsquo;ออมบุญ&amp;rsquo; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการวันละบาท&amp;rdquo; (เดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; ตามความสะดวกของสมาชิกและการบริหารจัดการ) &amp;nbsp;โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากสมาชิกเข้ามาบริหารจัดการ &amp;nbsp;เมื่อกองทุนมีเงินมากขึ้น&amp;nbsp; ผู้ที่เป็นสมาชิกมาแล้วอย่างน้อย &amp;nbsp;6 เดือนจึงจะได้รับการช่วยเหลือตามข้อตกลงของแต่ละกองทุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกที่คลอดบุตรรายละ 500-1,000 บาท&amp;nbsp; ช่วยในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; ช่วยทุนการศึกษาบุตรหลาน&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกเสียชีวิตรายละ 3,000 บาทขึ้นไป&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แม้ว่าจะเป็นเงินไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านก็มีกองทุนเอาไว้ช่วยเหลือกันในยามจำเป็น&amp;nbsp; บางกองทุนยังนำเงินมาส่งเสริมอาชีพในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้กู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งขยายไปทำเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;การจัดการขยะในชุมชน&amp;nbsp; แก้ปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ดูแลสุขภาพคนในชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี 2553 รัฐบาลขณะนั้น&amp;nbsp; เห็นความสำคัญของกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงได้สนับสนุนกองทุนฯ โดยสมทบเงินผ่าน พอช.เข้ากองทุนฯ&amp;nbsp; ในอัตรา 1 บาท/คน/วัน (ไม่เกินคนละ 365 บาท/ปี)&amp;nbsp; รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.หลายแห่งได้สมทบเงินเข้ากองทุนด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกได้ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp;เงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู &amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; เงินกองทุนทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 60% มาจากสมาชิก&amp;nbsp; ส่วนทิศทางหลักการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการในปี 2563 นี้&amp;nbsp; คือต้องการเห็นกองทุนเชิงคุณภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปี 2563 จะทำอย่างไรให้เกิดคุณภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักคิดสำคัญต้องดูแลคนทุกกลุ่มแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิก&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุ่งเป้าหมายที่คนเดือดร้อน &amp;nbsp;คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราไม่ได้ทำแข่งกับหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;แต่มาช่วยเสริม&amp;nbsp; โดยในปี 2563-2565 จะเน้นทำให้กองทุนสวัสดิการมีคุณภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp; ระดับตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการเป็นมรดกของลูกหลาน &amp;nbsp;เป็นสมบัติของแผ่นดิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กองทุนมีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;คนทุกกลุ่มเข้าถึงกองทุนได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับจังหวัด ต้องพัฒนาความสามารถเครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการจะโดดเดี่ยวไม่ได้&amp;nbsp; เชื่อมโยงผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; และมีการสอบทานกันเอง &amp;nbsp;ต้องจัดทำรายงานทุกปีเพื่อให้ท้องถิ่น&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)&amp;nbsp; รับรู้เรื่องราวของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; และทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับภาค&amp;nbsp; ตอนนี้ทำทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน&amp;nbsp; ระดับภาคขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาระบบข้อมูล องค์ความรู้สวัสดิการชุมชน องค์ความรู้มีความสำคัญ&amp;nbsp; ต้องรู้ว่ากองทุนไปทำเรื่องบ้าน &amp;nbsp;เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษาจำนวนเท่าไหร่ &amp;nbsp;ข้อมูลเป็นหัวใจของการพัฒนา&amp;nbsp; ข้อมูลจะถูกลำเรียงจากระดับล่างสู่ระดับบน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับนโยบาย &amp;nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 43 (4)&amp;nbsp; คือ จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;โดยขณะนี้กำลังยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจะเสนอเป็นกฎหมายโดยการเข้าชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องการยกกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; กฎหมายนี้เป็นกฎหมายส่งเสริม&amp;nbsp; คิดว่าหากเรามีระเบียบ มีกฎหมายรองรับไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยง&amp;nbsp; ผมเชื่อว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; เริ่มจากประชาชน รัฐหนุนเสริมกองทุนสวัสดิการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(กองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดสระแก้วช่วยเหลือสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เตรียมผลักดัน &amp;lsquo;ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; พ.ศ.....&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศได้เตรียมการผลักดัน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เพื่อนำไปเสนอเป็นกฎหมาย โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีฐานะเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;มีคุณภาพ &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ&amp;nbsp; โดยในเร็วๆ นี้คณะผู้แทนเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ จะเข้าพบกับนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; เพื่อขอคำแนะนำในการเสนอร่าง พ.ร.บ.และผลักดันร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปาลินกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชนฯ&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 &amp;nbsp;หมวด 3 &amp;nbsp;สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 43&amp;nbsp; ที่ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรค 1 หมายรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; เนื่องจากกลุ่มและองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลเพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตั้งแต่ปี 2548 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดหลักคือ &amp;ldquo;การให้อย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; และรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนฯ จะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตามข้อตกลงของสมาชิกแต่ละกองทุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; ช่วยเหลือ 500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยตั้งแต่&amp;nbsp; 3,000-30,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนในสัดส่วน 1 ต่อ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชนยังไม่มีกฎหมายรองรับ&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้ามาให้การสนับสนุน&amp;nbsp; รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนก็อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสร้างสวัสดิการให้กับประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเข้ามาสนับสนุนกิจการของกองทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมที่เกื้อกูลกัน เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศและภาคีเครือข่ายจึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ยังเสนอให้มีการแต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ด้านนโยบายการจัดสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;ให้มีหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ &amp;nbsp;มาตรการด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร &amp;nbsp;ประสานนโยบายและแผน สร้างความร่วมมือกับส่วนราชการ ท้องถิ่น เอกชน&amp;nbsp; รวมทั้งมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp; โดยมีองค์กรภาคีต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุนและผลักดัน พ.ร.บ.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพระปกเกล้า&amp;nbsp; สถาบันพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; จำนวนหมู่บ้านที่ร่วมจัดตั้งกองทุน 52,784 หมู่บ้าน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 2,024,788 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&amp;nbsp; (ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนสวัสดิการชุมชนรวม 461 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนหลายแห่งยังขยายงานสวัสดิการชุมชนไปสู่การพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูแลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; นำขยะไปรีไซเคิล&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพสมาชิก&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิด &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จ.ขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดฝันของ &amp;lsquo;คนไร้บ้าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พิธีเปิดบ้านโฮมแสนสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp; 17 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีพิธีเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนายปานทอง สระคูพันธ์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมแสดงความยินดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ถนนเหล่านาดี &amp;nbsp;ตำบลในเมือง อำเภอเมือง&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ขนาดเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนการซื้อที่ดินและก่อสร้างจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากพิธีเปิดในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน คนเปราะบาง และคนจนผู้เข้าไม่ถึงสิทธิ์ในจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมลงนาม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&amp;nbsp; รองผู้ว่า จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์คนไร้บ้าน &amp;lsquo;ศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ลุงดำ&amp;rsquo; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มคนไร้บ้านถือเป็นกลุ่มคนที่เปราะบางในสังคม&amp;nbsp; บางคนมีปัญหาครอบครัว&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; หรือมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;บางคนเพิ่งพ้นโทษไม่มีที่ไป &amp;nbsp;บางคนชอบชีวิตอิสระ&amp;nbsp; จึงออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใต้สะพาน&amp;nbsp; สวนหย่อม&amp;nbsp; สถานีรถไฟ&amp;nbsp; สถานีขนส่ง&amp;nbsp; หรือที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะมีอาชีพเก็บขยะรีไซเคิลขาย&amp;nbsp; หรือรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; มีรายได้ไม่แน่นอน&amp;nbsp; แต่ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ของทางราชการ&amp;nbsp; เพราะมีกฎระเบียบ&amp;nbsp; มีการกำหนดเวลาเข้า-ออก&amp;nbsp; ห้ามเอาของเก่าที่เก็บมาขายเข้าไป&amp;nbsp; จึงไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไร้บ้านที่ต้องออกเก็บขยะรีไซเคิลตั้งแต่เช้ามืด&amp;nbsp; และกลับตอนค่ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการมีศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจึงเป็นทางออกหรือเป็นแสงสว่างของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; และถือเป็น &amp;lsquo;ศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;rsquo; เพราะทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง &amp;nbsp;เมื่อมีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีรายได้ ก็จะทำให้คนไร้บ้านคิดถึงอนาคต &amp;nbsp;และสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างศูนย์ฯ ผ่าน พอช.&amp;nbsp; มีทั้งหมด 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ 1. เชียงใหม่&amp;nbsp; เปิดดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ&amp;nbsp; 70 คน&amp;nbsp; 2.ขอนแก่น&amp;nbsp; และ 3.ปทุมธานี&amp;nbsp; กำลังก่อสร้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงดำบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตาม &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งหมดประมาณ 1,050,000 &amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; 2.โครงการบ้านพอเพียง&amp;nbsp; 3.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองบางซื่อ&amp;nbsp; และคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; และ 4.กลุ่มคนไร้บ้าน (จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; รวม 698 ราย&amp;nbsp; งบประมาณรวม 118 ล้านบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; จากข้อมูลการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบคนไร้บ้านในเขตเทศบาล&amp;nbsp; และเมืองใหญ่ทั่วประเทศจำนวน&amp;nbsp; 2,774 คน&amp;nbsp; ในจังหวัดขอนแก่นพบจำนวน 137 ราย&amp;nbsp; โดยในวันที่ 24 มกราคมนี้&amp;nbsp; จะมีการจัดงานสัมมนาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลการสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศมาวางแผนแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชีวิตใหม่ที่บ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; มีเนื้อที่ประมาณ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่เศษ&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างในปี 2561&amp;nbsp; ใช้งบประมาณทั้งหมด 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ภายในแบ่งเป็นห้องพัก&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ 68 ราย (หมุนเวียนกันเข้ามาอยู่อาศัย)&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1. ห้องชั่วคราว (พัก 1-2 สัปดาห์)&amp;nbsp; 2.ห้องประจำ (อยู่ 1 เดือนขึ้นไป)&amp;nbsp; และ 3. ห้องมั่นคง (อยู่ระยะยาวสำหรับคนที่มีเป้าหมายจะตั้งหลักชีวิต)&amp;nbsp; ปัจจุบันมีคนไร้บ้านอยู่ห้องมั่นคงแล้ว 17 ราย&amp;nbsp; และหมุนเวียนมาอาศัยต่อเดือนประมาณ 50 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สมาชิกภายในศูนย์ฯ ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนคนไร้บ้านขึ้นมา&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ออมเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สร้างอนาคตใหม่&amp;nbsp; 2.ออมเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp; การรักษาพยาบาล&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 3.ออมเพื่ออาชีพ โดยแต่ละคนจะต้องออมเงินอย่างน้อยคนละ 60 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีเงินออมรวมกันประมาณ 30,000 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดวงใจ หงษ์กา ในห้องพักขนาดกว้างประมาณ 2.50 X 3 เมตร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดวงใจ&amp;nbsp; หงษ์กา &amp;nbsp;อายุ 34 ปี&amp;nbsp; ผู้แทนศูนย์คนไร้บ้าน &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มีคนไร้บ้านเข้ามาอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้จำนวน 17 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคนไร้บ้านจะบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp; มีการตั้งกฎระเบียบในอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามดื่มเหล้า&amp;nbsp; ห้ามสูบบุหรี่&amp;nbsp; ห้ามเล่นการพนัน&amp;nbsp; ห้ามลักขโมย&amp;nbsp; ห้ามส่งเสียงรบกวนคนอื่น&amp;nbsp; ต้องช่วยกันออกค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟ&amp;nbsp; ค่าบำรุงที่พัก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการทำกิจกรรมร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เพื่อเอามาทำอาหาร&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการช่วยเหลือดูแลกัน &amp;nbsp;ทำให้ชีวิตคนไร้บ้านดีขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp; เพราะมีที่พักเป็นหลักแหล่ง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อน&amp;nbsp; มีเพื่อนพูดคุยปรับทุกข์&amp;nbsp; มีรายได้จากการเก็บของเก่า&amp;nbsp; ขายซื้อผ้ามือสอง&amp;nbsp; ทำงานฝีมือ&amp;nbsp; เอายางรถยนต์เก่ามาทำเป็นกระถางต้นไม้ส่งขาย&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อก่อนหนูอาศัยอยู่แถวศาลหลักเมือง&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่กับแฟนในศูนย์ฯ หนูมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ส่วนแฟนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เมื่อก่อนจะเก็บของเก่าเอาไปขาย 3-4 วันครั้งหนึ่งจะได้เงินประมาณ 1,000 บาท&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ได้ไม่ถึง&amp;nbsp; เพราะของเก่าราคาตก&amp;nbsp; อยู่ในศูนย์ทุกคนก็ต้องช่วยกันออกค่าน้ำเดือนละ&amp;nbsp; 75 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าไฟเฉลี่ยกันจ่ายตามมิเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าที่พักถ้าอยู่เป็นห้องเป็นครอบครัวเดือนละ 500 บาท&amp;nbsp; คนโสดหรือไม่มีรายได้ไม่ต้องเสีย&amp;nbsp; หนูตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่อีกประมาณ 2 ปีก็จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกับแฟน หรืออาจจะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. เพื่อจะได้มีบ้านเป็นของตั2.5วเอง &amp;nbsp;ตอนนี้กำลังเก็บเงินฝากเอาไว้ในกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; และถ้าหนูออกไปอยู่ข้างนอก&amp;nbsp; คนไร้บ้านคนอื่นก็จะได้เข้ามาอยู่แทน&amp;rdquo; ดวงใจบอกถึงแผนชีวิตในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกสัปดาห์&amp;nbsp; สมาชิกบ้านโฮมแสนสุขจะออกไป &amp;lsquo;เดินกาแฟ&amp;rsquo; คือ &amp;nbsp;เอาน้ำดื่ม&amp;nbsp; ขนม&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ ไปให้คนไร้บ้านในเมืองขอนแก่นที่ยังใช้ชีวิตในที่สาธารณะ&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมเยียน&amp;nbsp; ให้คำแนะนำการใช้ชีวิต&amp;nbsp; หากใครสนใจอยากจะมาอยู่ที่บ้านโฮมแสนสุขก็ต้องลองเข้ามาใช้ชีวิต&amp;nbsp; ปฏิบัติตามระเบียบที่มีอยู่&amp;nbsp; หากใครผ่านด่านทดสอบเบื้องต้นก็จะได้เป็นสมาชิกใหม่ของบ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมาชิกบางส่วนของบ้านโฮมแสนสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ไร้บ้าน&amp;nbsp; แต่ไม่ &amp;lsquo;ไร้ฝัน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp; ทองคำ &amp;nbsp;อายุ 29 ปี&amp;nbsp; ชาวอุดรธานี&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; พ่อแม่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จึงพาตนเองออกเร่ร่อนไปรับจ้างทำงานต่างๆ ตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบ&amp;nbsp; ได้เรียนบ้าง&amp;nbsp; ไม่ได้เรียนบ้าง&amp;nbsp; เพราะต้องร่อนเร่ตามพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนโตเป็นหนุ่มจึงมาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; อาศับหลับนอนตามที่สาธารณะต่างๆ&amp;nbsp; มีรายได้จากการเก็บของเก่าขาย&amp;nbsp; และรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; พอให้มีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp; ส่วนพ่อแม่ตอนนี้มีอาชีพเร่ขายน้ำมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp; ยังอาศัยหลับนอนอยู่ในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมาอยู่ที่นี่ก่อนที่จะสร้างบ้านโฮมแสนสุขเสร็จ&amp;nbsp; เพราะมีแฟนแล้ว&amp;nbsp; จึงไม่อยากจะเร่ร่อนอีก&amp;nbsp; พอมาเจอกลุ่มคนไร้บ้านชวนให้มาอยู่&amp;nbsp; ผมกับแฟนจึงมาอยู่ที่นี่&amp;nbsp; ช่วยกันทำงานรับจ้างก่อสร้างและถีบซาเล้งเก็บของเก่าขาย&amp;nbsp; บางวันที่ไม่มีงานผมจะไปตกปลาที่บึงหนองโคตร (บึงสาธารณะขนาดใหญ่ใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น) ได้ปลานิล&amp;nbsp; ปลากด&amp;nbsp; ปลาสวาย&amp;nbsp; เอาปลาไปขายได้ประมาณวันละ 300 บาท&amp;nbsp; และเก็บเอาไว้กินด้วย&amp;nbsp; ทุกเดือนผมจะออมเงินเข้ากลุ่มออมทรัพย์เดือนละ 200 บาท&amp;nbsp; ตอนนี้มีเงินออมประมาณ 1,400 บาท&amp;nbsp; ถ้าเก็บเงินได้เยอะ&amp;nbsp; ผมกับแฟนจะไปหาบ้านอยู่ข้างนอก&amp;nbsp; ไม่อยากให้ลูกเกิดอยู่ในนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ฉัตรชัยบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชายหนุ่ม (สงวนชื่อ) สมาชิกบ้านโฮมแสนสุขอีกคน&amp;nbsp; บอกว่า อยากให้ &amp;lsquo;อาจารย์ยักษ์&amp;rsquo; (วิวัฒน์&amp;nbsp; ศัลยกำธร) มาช่วยสอนเรื่องเกษตรพอเพียง&amp;nbsp; และให้ &amp;lsquo;โจน&amp;nbsp; จันได&amp;rsquo; มาสอนเรื่องทำบ้านดินให้แก่คนไร้บ้านที่นี่&amp;nbsp; โดยยึดหลักเกษตรพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต&amp;nbsp; เชื่อว่าจะทำให้คนไร้บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าผมเก็บเงินได้สัก 4 หมื่นบาท&amp;nbsp; ผมจะไปหาซื้อที่ดินข้างนอก&amp;nbsp; เพราะอำเภอรอบนอกยังหาซื้อที่ดินในราคานี้ได้&amp;nbsp; ผมจะทำเกษตรพอเพียงแบบในหลวง&amp;nbsp; จะขุดบ่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp; เอาดินที่ขุดมาสร้างบ้านดิน&amp;nbsp; เอาน้ำบ่อมาปลูกผัก&amp;nbsp; มีอาหาร&amp;nbsp; มีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อนไปไหนอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นี่คือฝันของคนไร้บ้านที่บ้านโฮมแสนสุข !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55408</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรม, ฉัตรชัย  ทองคำ, ดวงใจ  หงษ์กา, ธนัช  นฤพรพงศ์, บ้านโฮมแสนสุข, ปาลิน  ธำรงรัตนศิลป์, พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา, สมร  จันทร์ฉุน, สุชิน  เอี่ยมอินทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ว  สังข์ชู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ace1c3f96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงข่าวชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวร้องสภาทนายความ  ยืนยันโครงการบ้านมั่นคงแก้ปัญหารุกคลอง-สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช.ชี้แจงข่าวชาวชุมชนริมคลองร้องเรียนสภาทนายความว่าโครงการบ้านมั่นคงเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; ไม่เป็นธรรม ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขอเงินชดเชยค่ารื้อย้ายบ้านหลังละ 450,000-650,000 บาท&amp;nbsp; ยืนยันโครงการเป็นประโยชน์ต่อประชาชน&amp;nbsp; แก้ปัญหารุกล้ำคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้ กทม.สร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณสร้างบ้านใหม่และสนับสนุนสินเชื่อ&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; มีอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ชาวชุมชนจะต้องเห็นประโยชน์ของส่วนรวมด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขณะนี้สร้างบ้านไปแล้ว 32 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 3,036 ครัวเรือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่ชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ชุมชนพหลโยธิน&amp;nbsp; 46 บางส่วน&amp;nbsp; ได้ร้องเรียนต่อสภาทนายความและออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; รายการสถานีประชาชน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ระบุว่าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวหรือบ้านมั่นคงที่ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีการเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; สร้างภาระหนี้ให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; รวมทั้งขอเงินชดเชยในการรื้อย้ายบ้านหลังละ 450,000-650,000 บาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เพราะมีบ้านเรือนชาวบ้านปลูกสร้างบุกรุกลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองลดน้อยลง&amp;nbsp; และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยรัฐบาลมอบหมายให้กรุงเทพมหานครสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp; จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่รุกล้ำคลองลาดพร้าว ตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้ช่วย ผอ.พอช.กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลอยู่&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนที่สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้จะต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; แต่หากอยู่ไม่ได้เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอจะต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อและงบช่วยเหลือการก่อสร้างบ้านบางส่วน&amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่กำลังก่อสร้างรวม&amp;nbsp; 32 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 3,036 ครัวเรือน &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 42.95 &amp;nbsp;โดยแยกเป็น&amp;nbsp; บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;จำนวน 2,041 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 668 ครัวเรือน&amp;nbsp; และพื้นที่พร้อมก่อสร้างบ้าน &amp;nbsp;327 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนผู้รุกล้ำคลองลาดพร้าวมีทั้งหมด 6,841 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าร่วมโครงการแล้ว 5,196 &amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; ตำรวจและทหารชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน&amp;nbsp; เพื่อให้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp; แต่ยังมีแกนนำชุมชนบางส่วนที่คัดค้าน&amp;nbsp; ไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนฯ และพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ทำให้การก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; และสร้างเขื่อนระบายน้ำของ กทม.เกิดความล่าช้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สภาพบ้านเรือนที่รุกล้ำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนที่รื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้นกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ริมคลองจึงดำเนินการฟ้องร้องแกนนำชุมชนที่คัดค้านไปแล้วประมาณ 70 ราย&amp;nbsp; ในข้อบุกรุกที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ กทม.จะใช้อำนาจตาม ปว.44 (ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44) เพื่อรื้อถอนบ้านเรือนที่ยังดื้อแพ่ง&amp;nbsp; หลังจากที่ใช้วิธีการเจรจามานานกว่า 2 ปีแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;แนวทางที่รัฐบาลทำอยู่นี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;ไม่ได้ทำให้ประชาชนเสียหาย &amp;nbsp;เพราะทาง พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการรองรับและให้ความช่วยเหลือชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการสร้างบ้านและชุมชนใหม่ให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีสิ่งแวดล้อมที่ดี &amp;nbsp;มีบ้านใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; มีอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันชุมชนก็จะต้องเห็นประโยชน์ของส่วนรวม &amp;nbsp;โดยการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; เพื่อให้คลองลาดพร้าวเป็นคลองสายหลักในการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธนัชชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการสนับสนุนชุมชนนั้น&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; โดยแยกเป็น&amp;nbsp; 1.งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; 2.งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย (ปลูกสร้างบ้าน,ซื้อที่ดิน ฯลฯ ) ครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; 3.งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ (ที่พักชั่วคราว,ลดภาระหนี้สิน) ครัวเรือนละ 72,000 บาท&amp;nbsp; 4.งบบริหารจัดการ&amp;nbsp; ชุมชนละ 50,000-500,000 บาท&amp;nbsp; 5.งบสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านครัวเรือนละ 330,000-400,000 บาท &amp;nbsp;ชำระคืนภายใน 15-20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนริมคลองบางบัว&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตบางเขน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธนัชกล่าวในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวนั้น&amp;nbsp; พอช.ไม่ได้เลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; เพราะทุกชุมชนและทุกครอบครัวที่เข้าร่วมจะได้สิทธิในที่อยู่อาศัยและการสนับสนุนเท่ากัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ไม่ได้สร้างภาระหนี้ให้แก่ชาวบ้าน&amp;nbsp; เพราะการสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณรวมแล้วครัวเรือนหนึ่งประมาณ 147,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนก็ต้องมีส่วนร่วมสมทบในการสร้างบ้านของตนเองเพื่ออนาคตและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกหลานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการได้ร่วมกันลงเงิน&amp;nbsp; ลงแรง&amp;nbsp; สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; หรือผู้ด้อยโอกาสได้อยู่อาศัยฟรี&amp;nbsp; โดยไม่ต้องผ่อนชำระ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; ชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; และชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังมีโครงการส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้&amp;nbsp; ไม่เป็นภาระในการผ่อนส่งบ้านด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผช.ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในประเด็นข้อเรียกร้องของแกนนำชุมชนบางส่วนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; โดยจะขอเงินชดเชยในการรื้อย้ายบ้านสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการหลังละ 450,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการหลังละ 650,000 บาทนั้น&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว&amp;nbsp; และยืนยันว่าทางราชการไม่มีนโยบายในการจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว&amp;nbsp; เนื่องจากชุมชนริมคลองลาดพร้าวมีสถานะเป็นผู้บุกรุกที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ชาวชุมชนวังหิน&amp;nbsp; เขตจุตจักร&amp;nbsp; ฟ้องร้องผู้อำนวยการเขตจุตจักร&amp;nbsp; และผู้อำนวยการ พอช.ในปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวกระทำการโดยไม่ชอบต่อกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 19&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; 2560&amp;nbsp; ศาลปกครองได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา&amp;nbsp; และให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ&amp;nbsp; เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า&amp;nbsp; ผู้ฟ้องคดีได้เข้าไปปลูกสร้างที่พักอาศัยในที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์&amp;nbsp; โดยไม่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp; จึงเป็นการบุกรุกที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; ดังนั้นผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และล่าสุดเมื่อวันที่ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลตำรวจเอกอัศวิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขวัญเมือง&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงเรือสำรวจการก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าวที่ล่าช้า&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีบ้านเรือนที่ไม่ยอมรื้อย้ายออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่าจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย&amp;nbsp; หรือ ปว.44 จัดการกับบ้านเรือนที่ยังไม่รื้อย้ายเพราะใช้เวลาเจรจานาน 1-2 ปีแล้ว&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการขอเงินชดเชยค่ารื้อย้ายนั้น&amp;nbsp; กทม.ไม่สามารถดำเนินการได้&amp;nbsp; เพราะหากให้ตามที่ต้องการ&amp;nbsp; กทม.ไม่สามารถตอบสังคมได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน&amp;nbsp; สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสองและคลองบางซื่อ) ระยะทางทั้งสองฝั่ง 45 กิโลเมตรเศษ เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9  เขตวังทองหลาง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม  เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์คลองบางซื่อ &amp;nbsp;อุโมงค์พระราม 9 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและทะเลต่อไป โดยบริษัทริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,465 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2559 - มิถุนายน 2562 แต่ขณะนี้คาดว่าจะไม่แล้วเสร็จตามแผนงาน เนื่องจากติดอุปสรรคดังกล่าว โดยบริษัทก่อสร้างเขื่อนฯ ได้ประมาณ 39 % จากปริมาณงานทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เขื่อนระบายน้ำที่กำลังก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ธนัช  นฤพรพงศ์, พอช, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c739ca4cfa2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพล...คนรักคลองลาดพร้าวเดินหน้าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม-บ้านประชารัฐริมคลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เร่งสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ &amp;ndash;สร้างบ้านประชารัฐรองรับประชาชนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp; &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; นำทัพทีมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเพื่อเปิดพื้นที่สร้างเขื่อน-สร้างบ้าน&amp;nbsp; จัดกิจกรรม On Ground ลงพื้นที่เสาร์ที่ 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างเขื่อนฯ คืบหน้า 35.15 %&amp;nbsp; สร้างบ้านแล้ว 29&amp;nbsp; ชุมชน รวม 2,656&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก รัฐบาล คสช. โดยคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ซึ่งมีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; จึงมีนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เริ่มที่คลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของแนวเขื่อน 25 - 38 เมตร&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิม 4 เมตร&amp;nbsp; มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุและรุกล้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ตามแผนงาน &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่รองรับประชาชน รวมทั้งหมด 50 ชุมชน จำนวน&amp;nbsp; 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 5,101 ครัวเรือน ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน ทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเขื่อนฯ เข้าไปตอกเสาเข็มไม่ได้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างบ้านในชุมชนเดิมก็มีความล่าช้าเพราะต้องปรับผังชุมชนใหม่เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; แต่ติดขัดบ้านเรือนที่ยังไม่เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เสธ.ไก่อูนำทัพลงพื้นที่ดึงประชาชนร่วมพัฒนาคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด หรือ &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรณรงค์และสร้างการรับรู้&amp;nbsp; การบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; จึงลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการเห็นความสำคัญ&amp;shy;ของการพัฒนาคลอง&amp;nbsp; เห็นประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp; รวมถึงประโยชน์ของครอบครัวและอนาคตของลูกหลานในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลอง&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ที่มั่นคง&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; มีสั&amp;shy;&amp;shy;ญญาเช่าระยะยาวและถูกต้องจากกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยเริ่มที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; และชุมชนชายคลองบางบัว&amp;nbsp; เขตหลักสี่&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่&amp;nbsp; ผอ.เขตบางเขน นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต&amp;nbsp; และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp; ประสานมิตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ร่วมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันที่&amp;nbsp; 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น กรุงเทพมหานคร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; ทหาร ฯลฯ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;On Ground&amp;rsquo; ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo; ที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา เขตบางเขน เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์และความสำคั&amp;shy;ญของการพัฒนาคลองลาดพร้าว โดยจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 14.00-18.30 น.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ดนตรีกลางคลอง&amp;nbsp; มีศิลปินแห่งชาติ &amp;lsquo;แม่ขวั&amp;shy;จิต&amp;nbsp; ศรีประจันต์&amp;rsquo; , &amp;lsquo;โฉมฉาย&amp;nbsp; อรุณฉาน&amp;rsquo; วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์แสดงบนแพลากจูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การล่องเรือตรวจเยี่ยมโครงการ&amp;nbsp; จากวัดบางบัว-ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; มีผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; ผู้แทน คสช.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ ฯลฯ เข้าร่วม&amp;nbsp; มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดในชุมชน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัดผมฟรี เวทีเสวนา การแข่งขันพายเรือหรรษา ร่วมรับประทานอาหารเย็น ฯลฯ&amp;nbsp; คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนไปบอกกับชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; คนที่สร้างบ้านเรือนบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับเงินชดเชยจาก กทม.รายละ 1&amp;nbsp; แสนกว่าบาท&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่ริมคลองไม่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp; ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงคนที่บุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณร้อยกว่าราย&amp;nbsp; ส่วนชุมชนริมคลองมีการบุกรุกกว่า 1,600&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; มีผู้บุกรุกกว่า&amp;nbsp; 30,000 ครอบครัว&amp;nbsp; หากจะจ่ายชดเชยต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล&amp;nbsp; ต้องดึงเอามาจากภาษีรายได้เพื่อพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เดิมพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ไม่อนุ&amp;shy;ญาตให้ใครอยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ตอนนี้รัฐบาลจะให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; เสียค่าเช่าประมาณปีละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; และมีเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อใช้ในการรื้อย้าย&amp;nbsp; สร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; เป็นค่าเดินทางไปทำงาน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยมีสินเชื่อให้กู้รายละ 330,000-360,000 บาท&amp;nbsp; และผ่อนเดือนละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก็จะต้องเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; หากไม่เข้าร่วมก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp; เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญ&amp;shy;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กรมธนารักษ์แจ้งความดำเนินคดีรุกล้ำที่สาธารณะแล้ว&amp;nbsp; 73 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือและไม่เข้าร่วมโครงการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเพื่อเปิดพื้นที่ให้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์และผู้นำชุมชนเข้าเจรจาเป็นรายครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้มีผู้เปลี่ยนใจเข้าร่วมรวม 55 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่เป็นแกนนำขัดขวางการดำเนินงาน&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลประโยชน์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร ฯลฯ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9&amp;nbsp; โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ริมตลิ่ง&amp;nbsp; ทางน้ำ คลอง ฯลฯ&amp;nbsp; มีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอา&amp;shy;จมีอัตราโทษจำคุก&amp;nbsp; 3 - 5 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ&amp;nbsp; และจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่อีกประมาณ 78 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ระยะทาง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ฝั่ง&amp;nbsp; รวม 45.3&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน&amp;nbsp; 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ&amp;nbsp; 35.15 %&amp;nbsp; โดยบริษัทตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานเขื่อนไปแล้วเป็นระยะทาง 15.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว&amp;nbsp; 21,091&amp;nbsp; ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว ซึ่งมีพลเอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เฉลิมชัย&amp;nbsp; สิทธิสาท&amp;nbsp; ผู้บั&amp;shy;ชาการทหารบกเป็นประธานฯ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่โครงการในเขตสายไหมเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา และเร่งรัดให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้ได้อีก 5,500 ต้น&amp;nbsp; หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ&amp;nbsp; 4,133&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; ภายในเดือนสิงหาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำจะเริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9&amp;nbsp; (ใกล้คลองแสนแสบ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง) ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด (ทั้งสองฝั่ง) ประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของเขื่อน 25 - 38 เมตร นอกจากนี้ก็จะขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิมอีก 4 เมตร เพื่อให้การระบายน้ำคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จน้ำในคลองลาดพร้าวจะไหลเข้าสู่อุโมงค์เขื่อนพระราม 9 และอุโมงค์ลอดใต้คลองบางซื่อ&amp;nbsp; เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่ทะเลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสำนักการระบายน้ำ กทม.ระบุว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1 เท่าตัว..!!&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวประมาณ&amp;nbsp; 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 เขตวังทองหลาง (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา)&amp;nbsp; ตลอดเส้นทางที่คลองลาดพร้าวไหลผ่านจะมีชื่อเรียกต่างกันตามย่านที่มีวัดหรือชุมชนตั้งอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อผ่านวัดลาดพร้าวเรียกว่า &amp;ldquo;คลองลาดพร้าว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผ่านชุมชนวังหิน (เขตจตุจักร) เรียกว่า &amp;ldquo;คลองวังหิน&amp;rdquo; ผ่านวัดบางบัว (เขตบางเขน) เรียกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;คลองบางบัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนไปบรรจบกับคลองสอง&amp;nbsp; เขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รากเหง้าชุมชนคนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคลองลาดพร้าวขุดขึ้นมาในสมัยใด&amp;nbsp; แต่สันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับการขุดคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (คลองแสนแสบเริ่มขุดในปี พ.ศ.2380&amp;nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงทัพในสงครามระหว่างสยามกับ&amp;shy;ญวน&amp;nbsp; เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับบางปะกง)&amp;nbsp; โดยเฉพาะหากพิจารณาจากการตั้งถิ่นฐานของบ้านเรือนและวัด&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;ญ่มักจะสร้างอยู่ริมแม่น้ำและลำคลอง&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; วัดบางบัวที่ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว (เขตบางเขน) สร้างขึ้นในราวปี 2380&amp;nbsp; และวัดลาดพร้าวสร้างขึ้นในปี 2410&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในขณะที่แรงงานในการขุดคลองแสนแสบ (รวมถึงการขุดแก้คลองพระโขนงและคลองซอยต่างๆ) ซึ่งมีทั้งแรงงานที่ถูกกองทัพสยามกวาดต้อนเข้ามาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชาวจาม (มุสลิม) จากเขมร&amp;nbsp; ชาวลาว&amp;nbsp; ชาวมลายูจากปัตตานี&amp;nbsp; และแรงงานรับจ้างชาวจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อการขุดคลองเสร็จในอีก 3 ปีถัดมา (พ.ศ.2383-2384)&amp;nbsp; ทางราชการจึงให้แรงงานเหล่านี้ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวมุสลิม&amp;nbsp; ไล่ตั้งแต่ชุมชนบ้านครัว (ชาวจามจากเขมร) ริมคลองแสนแสบย่านมหานาค&amp;nbsp; ลงมาจนถึงคลองตัน&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; มีนบุรี&amp;nbsp; และหนองจอก&amp;nbsp; รวมทั้งในย่านคลองตันเชื่อมกับคลองพระโขนง&amp;nbsp; และคลองลาดพร้าวก็มีชุมชนมุสลิมตั้งกระจายอยู่ตลอดแนวคลองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากประวัติของชุมชนมุสลิมสามอิน&amp;nbsp; เล่าสืบทอดกันมาว่า&amp;nbsp; ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำชาวมุสลิมจำนวนหนึ่งได้นำครอบครัวจากปัตตานีและกรุงศรีอยุธยาบางส่วนมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองแห่งหนึ่ง (คลองสามอิน) ซึ่งเป็นคลองย่อยที่เชื่อมกับคลองตัน&amp;nbsp; ซึ่งต่อมาเรียกว่า &amp;lsquo;บ้านสามอิน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสุเหร่าสามอิน (มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม) เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ (ปัจจุบันอยู่ในซอยสุขุมวิท 71&amp;nbsp; เขตวัฒนา&amp;nbsp; อยู่ใกล้คลองตัน-คลองพระโขนง)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนคำว่า &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; แผลงมาจากคำว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชื่อของผู้นำมุสลิมคนแรกของที่นี่ โดยผู้คนที่เดินทางผ่านไปมา&amp;nbsp; เมื่อผ่านทางนี้และทักทายกัน&amp;nbsp; ถามว่าไปไหน&amp;nbsp; ก็จะบอกว่า &amp;ldquo;ไปบ้านสะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนกลายเป็น &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; ต่อมาเมื่อมีผู้คนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&amp;nbsp; ชาวมุสลิมจากบ้านสามอินจึงได้ขยายครอบครัวไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองแสนแสบ (ซอยนวลน้อย)&amp;nbsp; คลองตัน&amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองจั่น&amp;nbsp; และคลองซอยต่างๆ ซึ่งในสมัยเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน&amp;nbsp; พื้นที่แถบนี้ก็คือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ทุ่งบางกะปิ&amp;rsquo; ที่กว้างใหญ่&amp;shy;่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;ฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง (ใกล้แยกเหม่งจ๋าย) เล่าว่า&amp;nbsp; ชาวมุสลิมที่นี่ส่วนใหญ&amp;shy;่มีพื้นเพมาจากชุมชนสามอิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื้อสายชาวปัตตานี&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่นี่&amp;nbsp; พ่อแม่และปู่ย่าตายายก็เกิดที่นี่&amp;nbsp; อยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100 ปี&amp;nbsp; เมื่อสมัยก่อนที่นี่ยังเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ&amp;shy;่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; หรือเป็นลูกจ้างทำนา&amp;nbsp; ได้ค่าจ้างเป็นข้าวเปลือกปีละ 10-15 ถัง และหาปลาในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; อาบน้ำในคลอง&amp;nbsp; น้ำกินก็ใช้น้ำคลองตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มมากวนปล่อยให้ตกตะกอน&amp;nbsp; หรือรองน้ำฝนเอาไว้กิน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนชาวบ้านจะหาปลาด้วยการยกยอในคลอง&amp;nbsp; ปลาที่มีมาก&amp;nbsp; คือปลาหมู&amp;nbsp; กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp; ปลาช่อนก็มีเอาไปขายที่ตลาดห้วยขวางกิโลฯ ละ 6 บาท&amp;nbsp; พอปี 2515-2516&amp;nbsp; น้ำในคลองเริ่มเน่าเสีย &amp;nbsp;เพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งโรงงานอยู่แถวซอยลาดพร้าว 80 แล้วปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทำให้น้ำในคลองเริ่มเน่า&amp;nbsp; ปลาจึงหายไป&amp;nbsp; ส่วนการทำนาก็เลิกทำประมาณช่วงปี 2526 เพราะที่ดินเริ่มแพง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เจ้าของจึงขายที่นา&amp;nbsp; อีกอย่างก็คือ&amp;nbsp; หนูนามันเยอะ&amp;nbsp; ทำนาสู้หนูไม่ได้&amp;nbsp; จึงต้องเลิกทำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงฮาซันเล่าย้อนอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ครอบครัวของลุงฮาซันที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เป็นตัวอย่างหนึ่งของชาวมุสลิมที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนมุสลิมตั้งอยู่หลายชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนลาดพร้าว 80 (มัสยิดอีมาร่อตุ๊ดดิน) ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ&amp;shy; (เขตดอนเมือง)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากทุ่งนากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าวที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปีแล้ว&amp;nbsp; มีหลายชุมชนในคลองลาดพร้าวที่มีชาวไทยพุทธปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่มานานไม่น้อยกว่ากัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดลาดพร้าวและวัดบางบัวซึ่งเป็นวัดที่ปลูกสร้างมานานไม่ต่ำกว่า 150 ปี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คุณตาแฉล้ม&amp;nbsp; วงศ์ขวั&amp;shy;ญ &amp;nbsp;อายุ 79 ปี&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; พ่อแม่อยู่ที่นี่มานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ครอบครัวเช่าที่ดินทำนามาตั้งแต่ตนจำความได้&amp;nbsp; เมื่อก่อนใช้ควายไถนา น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; ปลายังสมบูรณ์&amp;nbsp; มีมากมาย&amp;nbsp; ทั้งตะเพียน&amp;nbsp; ปลาช่อน&amp;nbsp; ปลาหลด&amp;nbsp; ปลาหมอโค้ว&amp;nbsp; กุ้งก้ามกรามขนาด 3 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม&amp;nbsp; ผักก็หาได้จากในคลอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; หากินได้ไม่อดอยาก&amp;nbsp; เวลามีงานบุญ&amp;shy;ประเพณีหรือเทศกาลสำคั&amp;shy;ญทางศาสนา&amp;nbsp; ชาวบ้านจะพายเรือไปทำบุญ&amp;shy;ที่วัดลาดพร้าวหรือวัดบางบัวเพราะมีระยะทางพอๆ กัน&amp;nbsp; เมื่อก่อนยังมีเรือพาย&amp;nbsp; เรือสำปั้นมาขายผลไม้ในคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังก็หายไป&amp;nbsp; เพราะมีตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp; การเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกกว่า&amp;nbsp; เรือจึงค่อยๆ หายไปจากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมเลิกทำนาประมาณปี 2520 เพราะที่ดินแถวนี้เจริ&amp;shy;ญขึ้น&amp;nbsp; มีหมู่บ้าน&amp;nbsp; มีหอพักนักศึกษาเกิดขึ้น&amp;nbsp; เจ้าของจึงขายที่นาออกไป&amp;nbsp; อีกทั้งการทำนาก็ไม่ค่อยได้ผล&amp;nbsp; เพราะพื้นที่รอบๆ กลายเป็นตึกหมดแล้ว&amp;nbsp; น้ำในคลองก็เริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp; เพราะน้ำจากท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ไหลลงคลอง&amp;nbsp; ปูปลาจึงหนีไปอยู่ที่อื่น&amp;rdquo;&amp;nbsp; คุณตาแฉล้มเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันย่านลาดพร้าว-โชคชัย 4-วังหิน&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อก่อนเป็นทุ่งนาทั้งแถบ&amp;nbsp; วันนี้กลายเป็นย่านพักอาศัย&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรร&amp;nbsp; คอนโดฯ&amp;nbsp; อาคารพาณิชย์&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; แหล่งบันเทิง&amp;nbsp; ฯลฯ เกิดขึ้นหนาแน่น&amp;nbsp; จนมองไม่เห็นสภาพทุ่งนาในอดีตอีกต่อไป ..!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สำเนียง&amp;nbsp; บุญ&amp;shy;ลือ &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; (ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์-ถนนลาดพร้าว) เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ครอบครัวของตนเมื่อก่อนก็ทำนาเหมือนกัน&amp;nbsp; สมัยก่อนในคลองลาดพร้าวยังมีโรงสีรับซื้อข้าวอยู่ 2 โรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อมีหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น&amp;nbsp; ที่นาเปลี่ยนมือ&amp;nbsp; โรงสีจึงเลิกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สมัยก่อนบ้านเรือนริมคลองลาดพร้าวยังไม่หนาแน่น&amp;nbsp; ชุมชนพิบูลยังมีบ้านไม่กี่หลังคาเรือน&amp;nbsp; คนที่ปลูกบ้านอยู่ก็จะเป็นคนดั้งเดิม&amp;nbsp; เป็นชาวนา&amp;nbsp; ปลูกบ้านอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังแถบห้วยขวาง-ลาดพร้าวเจริญ&amp;shy;ขึ้น&amp;nbsp; คนที่มีบ้านอยู่ริมคลองก็ชักชวน&amp;shy;ญาติพี่น้องจากที่อื่นเข้ามาอยู่&amp;nbsp; บางคนแต่งงานก็ขยายครอบครัวออกไปปลูกบ้านใหม่ขึ้นมา&amp;nbsp; บ้างก็เป็นคนจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่า&amp;nbsp; ชุมชนของผมเริ่มมีบ้านเรือนหนาแน่นตั้งแต่ช่วงปี 2526-2527&amp;nbsp; เป็นต้นมา&amp;rdquo; ลุงสำเนียงเล่าถึงการเติบโตของชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันชุมชนร่วมใจพิบูล 2&amp;nbsp; มีบ้านเรือนทั้งหมด&amp;nbsp; 224 ครัวเรือน&amp;nbsp; จำนวนชาวบ้านประมาณ&amp;nbsp; 1.200&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;ญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; พนักงานบริษัท-ห้างร้าน&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บางชุมชนปลูกสร้างบ้านเรือนมาก่อนปี 2500&amp;nbsp; ซึ่งสมัยนั้นกรมชลประทานยังดูแลที่ดินริมคลอง&amp;nbsp; เพราะคลองลาดพร้าวขุดเพื่อการเกษตรและชลประทาน&amp;nbsp; แต่เมื่อการทำนาหมดไป&amp;nbsp; กรมชลประทานจึงไม่ได้ดูแลพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ที่ดินริมคลองปัจจุบันเป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากชุมชนเล็กๆ จนขยายกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ&amp;shy;่ที่มีบ้านเรือนปลูกสร้างเรียงรายไปตามลำคลอง&amp;nbsp; บางชุมชนที่มีพื้นที่คับแคบ&amp;nbsp; คนที่มาอยู่ทีหลังหรือมีครอบครัวขยายจึงปลูกสร้างบ้านรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองแคบลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคลองลาดพร้าวมีชุมชนต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ใน 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 7,069 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อน และบ้านริมคลองที่เขตสายไหม เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนสร้างบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว 50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 2,656 ครัวฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนงานโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; ตามแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ซึ่งชาวบ้านปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; มีทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;8 เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp; 42 ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้หลังจากที่รื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ขณะนี้บางชุมชนก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก 8 ชุมชนมีพื้นที่ไม่พอเพียงจึงต้องจัดซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; เป็นที่ดินเอกชนอยู่ในเขตสายไหม &amp;nbsp;และที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์ &amp;nbsp;กรุงเทพพาณิชย์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;-ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีบ้านที่ก่อสร้างเสร็จทั้งในชุมชนเดิมและชุมชนที่ซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; รวม 29 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;2,656 ครัวเรือน&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; 37.57 % ของจำนวนบ้านทั้งหมด ของจำนวนบ้านทั้งหมด ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 1,223 ครัวเรือน และมีเป้าหมายภายในเดือนธันวาคม 2561 จะก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;27 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 1,660 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในปีต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยึดชาวบ้านเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านประชารัฐริมคลองดำเนินแนวทางตามโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. &amp;nbsp;ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; หลักการสำคัญคือ ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการพัฒนาแนวใหม่&amp;nbsp; ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า&amp;nbsp; แต่ให้ชุมชนหรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; ช่วยกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; และร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน&amp;nbsp; เรื่องการออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ &amp;nbsp;(หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วง แรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปีตามระเบียบของกรมธนารักษ์) อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 &amp;nbsp;บาท/ตารางวา/เดือน (ขึ้นอยู่กับทำเล) และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด &amp;nbsp;ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน &amp;nbsp;ขนาดบ้านประมาณ&amp;nbsp; 4x6 - 4x8 ตารางเมตร&amp;nbsp; มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 75,000 บาท เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน 147,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง สถานศึกษา เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครง การบ้านเอื้ออาทร แฟลตการเคหะ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp; ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน&amp;nbsp; มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สืบราคา&amp;nbsp; จัดซื้อวัสดุ&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; หรือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ที่ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนัชกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; ชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นหากชุมชนใดมีผู้ด้อยโอกาสก็จะต้องปรึกษาหารือกันว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร&amp;nbsp; ส่วน พอช.ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาจจะประสานหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีกิจกรรม CSR &amp;nbsp;หรือคืนกำไรสู่สังคมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามหลักการของกระทรวง พม.และ พอช.&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ยิ่งจน&amp;nbsp; ยิ่งเดือดร้อน&amp;nbsp; เราก็จะต้องช่วยเหลือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สานพลังประชารัฐสร้างบ้านริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสนับสนุนให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการบ้านประชารัฐและพัฒนาพื้นที่ริมคลองนั้น&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.จะมีบทบาทเพียงหน่วยงานเดียว&amp;nbsp; แต่ยังมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 16&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;การสานพลังประชารัฐ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าไปสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(รูป 10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปานครหลวง&amp;nbsp; การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp; สนับสนุนการติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้าในชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดยสำนักงานเขตต่างๆ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; อำนวยความสะดวกในขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์สนับสนุนการให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; โดยคิดอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; สนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; เป็นชุมชนริมคลองแห่งแรกที่สร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชนจำนวน 65 หลังในช่วงต้นปี 2560 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่วนบริษัทเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย, บริษัทเสนา&amp;nbsp; ดีเวลลอปเม้นท์&amp;nbsp; จำกัด, บริษัทซีพี,&amp;nbsp; อารียา&amp;nbsp; พรอพเพอร์ตี้&amp;nbsp; ฯลฯ เข้ามาให้การสนับสนุนสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายในชุมชน&amp;nbsp; ติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์บริเวณพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; มอบต้นไม้เพื่อปรับภูมิทัศน์ชุมชน&amp;nbsp; มอบสีทาบ้าน&amp;nbsp; มอบอุปกรณ์การออกกำลังกาย&amp;nbsp; สนามเด็กเล่น&amp;nbsp; จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ได้ร่วมกับชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญและชุมชนริมคลองต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ประชารัฐร่วมใจ&amp;nbsp; สร้างวินัยการจัดการขยะชุมชนริมคลอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ชาวชุมชนริมคลองคัดแยกขยะ&amp;nbsp; เพื่อลดปริมาณขยะ&amp;nbsp; นำไปขายเป็นขยะรีไซเคิล&amp;nbsp; หรือนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; การสร้างวินัยไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในคลอง&amp;nbsp; เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และป้องกันไม่ให้ขยะไปกีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;lsquo;11&amp;nbsp; ขั้นตอน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;สร้างบ้านตามใจผู้อยู่ บ้านหรูไม่เกิน 360,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;แต่ไหนแต่ไรมา&amp;nbsp; เมื่อรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะนำที่ดินของรัฐที่มีประชาชนเข้าไปรุกล้ำปลูกสร้างบ้านเรือนเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการขับไล่&amp;nbsp; หรือจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนเดิมมาก&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp; มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกหลานต้องหาที่เรียนใหม่ ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพที่เกี่ยวพันกับสังคมเมือง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เป็นกรรมกร&amp;nbsp; ช่างก่อสร้าง&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ขายอาหาร&amp;nbsp; หาบเร่&amp;nbsp; แผงลอย&amp;nbsp; เก็บของเก่า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;lsquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวชุมชนสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; คือหากชุมชนใดมีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนและแนวคลองแล้ว&amp;nbsp; จำเป็นที่จะต้องมีการปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; แล้วทำสัญญาเช่าที่ดินอยู่อาศัยอย่างถูกต้องกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การจัดทำโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่เป็นการใช้หลักการของ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ที่ พอช.ทำมาตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;นั่นคือ &amp;ldquo;ให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมี พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องแต่งตั้งตัวแทนชาวบ้านขึ้นมาเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระบวนการทำงาน 11 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;1.สร้างความเข้าใจโครงการ&amp;nbsp; โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม&amp;nbsp; หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; รับรองข้อมูล&amp;nbsp; พิจารณาสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัย&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; และความต้องการที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิ์และรับรองสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนช่วยกันยืนยันว่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน&amp;nbsp; บางชุมชนอาจมากกว่า&amp;nbsp; แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน&amp;nbsp; หากมีเงินออมมาก&amp;nbsp; ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง&amp;nbsp; (พอช.กำหนดให้ครัวเรือนและชุมชนที่จะขอใช้สินเชื่อต้องมียอดเงินออมรวมไม่ต่ำกว่า 10 % ของยอดเงินกู้) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;4.จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; และบริหารโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เสนอใช้สินเชื่อและงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; บริหารการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;5.จัดการเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; โดยการแบ่งปันและเสียสละ&amp;nbsp; คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่&amp;nbsp; จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้&amp;nbsp; โดยเฉลี่ยแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน&amp;nbsp; และ 1 ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์&amp;nbsp; หรือตามข้อตกลงของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน&amp;nbsp; จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจชุมชนและครัวเรือนมาออกแบบผังชุมชนและออกแบบบ้าน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;7.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;8.วางแผน&amp;nbsp; ขออนุญาตก่อสร้าง&amp;nbsp; และรื้อย้าย&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; สถาปนิกและวิศวกร&amp;nbsp; วางแผนการก่อสร้าง&amp;nbsp; แผนการรื้อย้าย&amp;nbsp; และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;9.ทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; และเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;10.กระบวนการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ตรวจสอบการเงิน&amp;nbsp; และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;11.พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; มีการวางแผนการจัดตลาดนัด&amp;nbsp; ตลาดน้ำชุมชน&amp;nbsp; เรือโดยสารในคลอง&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ,&amp;nbsp; พัฒนาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; การคัดแยกขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง,&amp;nbsp; จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นบ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน&amp;rdquo; เพราะชุมชนมีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ &amp;nbsp;และเมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วชาวบ้านก็จะร่วมกันพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนและลูกหลานให้มีอนาคตที่สดใสและมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;เสียงจากคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ลุงฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปลูกบ้านริมคลองมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่&amp;nbsp; บ้านเรือนก็ผุพัง&amp;nbsp; เพราะสร้างมานาน&amp;nbsp; เมื่อก่อนก็มีข่าวว่าทางราชการจะมาไล่ที่&amp;nbsp; จะเอาไปทำถนนเลียบคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็อยู่ไม่สุข&amp;nbsp; ไม่อยากจะซ่อมบ้าน&amp;nbsp; เพราะซ่อมไปแล้ว&amp;nbsp; ไม่รู้จะโดนไล่วันไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนแรกที่มีโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ&amp;nbsp; กลัวจะโดนหลอก&amp;nbsp; พอมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เขต&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเริ่มเชื่อ&amp;nbsp; จึงร่วมทำโครงการฯ&amp;nbsp; ใช้เวลาสร้าง 6 เดือน&amp;nbsp; ตกแต่งอีก 2 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp; จึงย้ายเข้ามาอยู่&amp;nbsp; ตอนนี้ไม่ต้องนอนผวาแล้ว&amp;nbsp; เพราะเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; บ้านก็สวยงาม&amp;nbsp; ผ่อนเดือนละ 2,700 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; ถ้าอยากอยู่สุขสบายก็ต้องดิ้นรนหารายได้มาผ่อนบ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงฮาซันบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; margin-bottom: 10pt; padding: 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ประภัสสร&amp;nbsp; ชูทอง&amp;nbsp; ประธานชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;เมื่อก่อนชุมชนอยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบ&amp;nbsp; เอาบ้านหันหลังลงคลอง&amp;nbsp; ส้วมก็ลงในคลอง&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่กล้าพาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป&amp;nbsp; ชุมชนดูสวยงาม&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวหน้าบ้าน&amp;nbsp; มีห้องประชุม&amp;nbsp; มีห้องสมุดชุมชนให้เด็กเข้าไปใช้&amp;nbsp; ต่อไปเราจะทำร้านค้าชุมชน เพื่อนำรายได้มาพัฬฒนาชุมชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;วิลัย&amp;nbsp; เรืองมา&amp;nbsp; ประธานชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;อยากฝากถึงคนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการว่า&amp;nbsp; ให้ถามตัวเองว่า&amp;nbsp; ตอนนี้เราปลูกบ้านอยู่บนที่ดินของใคร&amp;nbsp; ใช่ที่ดินของเราหรือเปล่า&amp;nbsp; รัฐบาลเข้ามาช่วยขนาดนี้แล้ว&amp;nbsp; ถ้ายังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; อนาคตลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; จะไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; ถ้าจะบอกว่าไม่มีเงินผ่อนบ้าน&amp;nbsp; ไม่อยากเป็นหนี้&amp;nbsp; แล้วเราเป็นหนี้เพื่อใคร&amp;nbsp; เพื่อลูกหลานจะได้มีบ้าน&amp;nbsp; มีอนาคตที่ดีหรือเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม On Ground, ธนัช  นฤพรพงศ์, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, พลเอกเฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผบ.ทบ., พลโทสรรเสริญ­  แก้วกำเนิด, พอช., มุสลิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาซัน  แสงจันทร์, เสธ.ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b1126cae3564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
